ศัลยกรรมเสริมคาง

คนเอเชียจำนวนมากมักจะมีลักษณะคางที่สั้นจนผิดรูป ทำให้ใบหน้าดูสั้นไม่สมส่วน ไม่สวย การเสริมคางถือว่าเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้น การเสริมคางเป็นการเสริม แต่งใบหน้าให้สมส่วน กลมกลืน ช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ที่มีคางเล็ก ใหญ่ ที่ไม่ได้สัดส่วน หรือปรับคางถอยไปด้านหลังมากเกินไป ให้กลับมาสวยงามได้ รูปทรง คาง เป็นจุดหนึ่งที่สำคัญของความงามบนใบหน้า

วัสดุที่ใช้ในการเสริมคาง

ศัลยกรรมเสริมคางด้วยซิลิโคน : ใช้ซิลิโคนนิ่มพิเศษ มีความยืดหยุ่นสูง และผิวสัมผัสดูเป็นธรรมชาติเหมือนกับคางของมนุษย์จริงๆ ซิลิโคนได้ถูกมีการนำมาใช้ในวงการศัลยกรรมตกแต่งมาช้านาน ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความทนทาน ปลอดภัยสูง และไม่มีผลข้างเคียงอาการแพ้ใดๆ

การผ่าตัดเสริมคาง มี 2วิธี  

  1. แผลด้านใน  เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในปาก บริเวณซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ความยาวของแผลประมาณ 2 ซม. หลังจากนั้น ก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา แล้วจึงจะวางแท่งซิลิโคน เข้าไปให้พอดีตรงตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมด ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็สามารถกลับบ้านได้เลย
  2. แผลด้านนอก เป็นการผ่าตัดบริเวณใต้คาง แต่ไม่ค่อยนิยม เนื่องจากเห็นแผลด้านอก แต่ก็มีข้อดี คือ โอกาสติดเชื้อจะน้อยกว่าการผ่าตัดด้านในเมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายกว่า เพราะสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลภายนอกได้เลย  สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย

การเตรียมตัวก่อนรับบริการ และ การดูแลหลังการรักษา

แจ้งประวัติการแพ้ยา ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบัน รวมทั้งโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบ โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลและแจ้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดด้วย

  • ไม่ต้องอดอาหาร แต่ควรรับประทานอาหารไม่ให้อิ่มเกินไป ควรแปรงฟันให้สะอาดก่อนการผ่าตัด
  • งดสูบบุหรี่ และดื่มสุราก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์
  • หากเป็นหวัด ไอ ไข้ หรือป่วย ให้งดการผ่าตัดในช่วงดังกล่าว
  • แปรงฟันให้สะอาดก่อนการผ่าตัด
  • เตรียมเสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้า เพื่อง่ายต่อการถอดและสวมใส่
  • ไม่ควรใช้เครื่องสำอางใดๆ ในบริเวณใบหน้า ที่ยากแก่การเช็ดออกก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด
  • ประคบเย็นตรง คางให้บ่อยที่สุด นาน 2 วัน หรือจนกว่าจะยุบบวม
  • นอนศีรษะ สามารถนอนตะแคงศีรษะได้ การนอนศีรษะสูงเพื่อให้เลือดไหลลง และขับเป็นของเสียออกจากร่างกาย ช่วยให้บวมน้อยและยุบบวมได้เร็ว
  • ไม่ควรหัวเราะ หรืออ้าปากกว้างเกินไป
  • สามารถแปรงฟันได้ แต่ระวัง ไม่ให้กระแทกบริเวณแผล ควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากบ่อยๆ
  • ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ เคี้ยวง่าย งดรับประทานอาหารเผ็ดจัด ร้อนจัด หมักดอง อาหารที่ต้องเคี้ยว มีการขยับกรามมาก ในช่วง 3 สัปดาห์แรก (ป้องกันการขยับของซิลิโคนก่อนที่จะติดแน่น)
  • งดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ 2-3 สัปดาห์ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นที่ใบหน้ามากไป จะทำให้บวมมากขึ้น
  • งดกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดการกระทบกระเทือน ต่อบาดแผล เช่น การออกกำลังกาย งานบ้าน การมีเพศสัมพันธ์ ภายในช่วง 2 ถึง 3 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด
  • ระวังการกระแทกบริเวณคาง หรือ นั่งค้ำดันคาง หลังผ่าตัด 1 เดือน
  • ทานยาและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์
  • หากรู้สึกว่าเกิดอาการบวมมากว่าปกติหรือมีเลือดออกมา ให้มาปรึกษาแพทย์ทันที